KhaoQ
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
เติมความอร่อยแบบฟูลฟีลฟิน กับ"ครัวคุณต๋อยยกทัพ บุก เซ็นทรัล มหาชัย"
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สถานเอกอัครราชทูตจัดการประมูลวัวแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ มาดามพิม ดิ สมิท และ จิ้มแจ่มไทยแลนด์ร่วมประมูลมอบเงินสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
DITP เดินหน้าติดอาวุธผู้ประกอบการไทย จัดอบรมครั้งที่ 4 เสริมความพร้อมขายสินค้าไทยผ่าน e-Commerce สู่ตลาดโลก
DITP เดินหน้าติดอาวุธผู้ประกอบการไทย จัดอบรมครั้งที่ 4 เสริมความพร้อมขายสินค้าไทย
ผ่าน e-Commerce สู่ตลาดโลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พร้อมก้าวสู่ตลาดการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมการฝึกอบรมและสัมมนาสำหรับตัวแทนร้านค้าไทย ในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการการจัดซื้อจัดจ้างระบบบริหารโครงการส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก เพื่อเสริมองค์ความรู้ด้านการขายสินค้าไทยผ่านช่องทาง
e-Commerce ต่างประเทศอย่างเป็นระบบ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ห้อง Grand Chambray Ballroom โรงแรม
อวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการ ตัวแทนร้านค้าไทยในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หน่วยงานพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจไทยสามารถขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าไปยัง ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ ดร.สุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ได้ให้เกียรติในการกล่าวเปิดกิจกรรม โดยเน้นย้ำว่า “ในปัจจุบันการดำเนินธุรกิจในตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ ไม่ได้อาศัยเพียงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความพร้อม
ในหลายมิติ ทั้งการบริหารจัดการร้านค้า การทำการตลาดดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค
การบริหารคำสั่งซื้อ ตลอดจนการจัดการด้าน โลจิสติกส์ และบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ”
การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้เชิงปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาด
e-Commerce ต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของการขยายธุรกิจสู่ผู้บริโภคต่างประเทศ โดยเฉพาะ ในยุคที่แพลตฟอร์มออนไลน์ ระบบโลจิสติกส์ และพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ภายในงานมีการบรรยายภาพรวมโอกาสทางการค้าไทยในตลาดโลกยุคดิจิทัล รวมถึงการให้ความรู้จาก วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อม ก่อนนำสินค้าออกสู่ตลาดต่าง ประเทศ โดยคุณภเชศ จารุมนต์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านทรัพย์สินอุตสาหกรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการเครื่องหมาย การค้าและ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อวางรากฐานการพัฒนาแบรนด์ไทยในตลาดโลก
และยังได้รับเกียรติจาก ดร. นรีรัตน์ รัตนพรวิเศษกุล ประธานบริษัท ไทยพาวิเลี่ยน กรุ๊ป จำกัด
ร่วมบรรยายในหัวข้อ “การถอดรหัสผู้บริโภคจีนยุคใหม่ และโอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน”
เพื่อนำเสนอแนวโน้มผู้บริโภคจีน พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า และโอกาสของผู้ประกอบการไทย
ในการใช้ช่องทาง e-Commerce ข้ามพรมแดนเพื่อเข้าถึงตลาดจีนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณพร้อมสิน บุญจันทร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อม
ลีเกิล โซลูชั่น จำกัด ร่วมบรรยายในหัวข้อกฎหมายและข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการไทย
ในการขายสินค้าใน e-Commerce ต่างประเทศ โดยเน้นประเด็นด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย
การบริหารความเสี่ยง และข้อควร ระวังที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมก่อนดำเนินธุรกิจ
ในตลาดต่างประเทศ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม คือการนำเสนอภาพรวมระบบของโครงการฯ พร้อมการสาธิต
การใช้งาน ระบบแบบเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้ตัวแทนร้านค้าไทยเข้าใจแนวทางการใช้งานระบบบริหารโครงการ ส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลสินค้า ไปจนถึงการสนับสนุนกระบวนการขยายตลาด ผ่านช่องทางดิจิทัล
การจัดอบรมครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามประเด็นที่เกี่ยวข้อง
กับธุรกิจ e-Commerce ต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงาน สนับสนุน และพันธมิตรโครงการ ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยให้มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภค ในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
ให้สินค้าของผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโต
ของเศรษฐกิจไทยในยุคการค้าไร้พรมแดนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ถึงเวลาที่เหมาะสม: ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน
ถึงเวลาที่เหมาะสม: ปฏิรูปโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่อัตราเดียว เพื่อเศรษฐกิจไทยและการควบคุมยาสูบที่ยั่งยืน
ปัญหาความยืดเยื้อของโครงสร้างภาษีบุหรี่ในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทายความกล้าหาญในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างยิ่ง แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาจะมีการผลักดันจากฝั่งนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เร่งปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่ไปสู่ระบบอัตราเดียว แต่จนถึงปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงแผนการที่ยังไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเสียที
การคงไว้ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบสองอัตราโดยแบ่งตามระดับราคาขายปลีกแนะนำที่กำหนดให้บุหรี่ในกลุ่มราคาประหยัดเสียภาษีน้อยกว่ากลุ่มราคาสูงนั้น เดิมทีมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อปกป้องรัฐวิสาหกิจผู้ประกอบการในประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดราคาประหยัดจากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ปรากฏตลอดเกือบ 10 ปีที่ใช้โครงสร้างแบบ 2 อัตรามากลับไม่เป็นไปตามคาด ในทางกลับกัน ระบบดังกล่าวได้กลายเป็นช่องว่างที่ก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด เมื่อผู้ผลิตต่างพยายามแข่งขันกันลดราคาหรือออกสินค้าที่มีราคาต่ำเพื่อมาสู้กันในพื้นที่ที่เสียภาษีในอัตราที่น้อยกว่า จนทำให้ตลาดราคาสูงของไทยเหลือเพียง 5% เท่านั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตที่สูญเสียไปมหาศาลในทุกปี จากที่เคยเก็บได้กว่า 6.8 หมื่นล้านบาทในช่วงก่อนใช้โครงสร้าง 2 อัตรา กลับเหลือเพียง 4.7 ล้านบาทในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่ช่วยตอบโจทย์นโยบายควบคุมยาสูบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถหันไปเลือกซื้อบุหรี่ราคาถูกแทนที่จะเลิกสูบ
จากการศึกษาโดยหน่วยงานหลักอย่างกรมสรรพสามิต และผลงานวิจัยอิสระที่เกี่ยวข้องต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ระบบภาษีอัตราเดียวคือทางออกที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลก รวมถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างให้การยอมรับ เพราะบุหรี่ทุกชนิดมีโทษต่อสุขภาพไม่ต่างกัน การที่รัฐยังคงลังเลและให้ความกลัวต่อผลกระทบของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งมาเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ
มติคณะรัฐมนตรีหลายครั้งที่ผ่านมา ทั้งในเดือนกันยายนปี 2564 และสิงหาคมปี 2565 ต่างมีข้อสั่งการชัดเจนให้กระทรวงการคลังเร่งทบทวนและแก้ไขโครงสร้างภาษีเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมและการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ กระทรวงการคลังควรให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมมากกว่าการพะวงกับการปกป้องผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดเพียงเพื่อบรรเทาความกังวลชั่วคราว แลกกับการแบกรับภาระการจัดเก็บรายได้ภาษีตกต่ำต่อไปในทุกปี
งานวิจัยสหรัฐฯ ศึกษาทางเลือกการลดการรับสารจากการสูบบุหรี่ พบข้อมูลด้านพฤติกรรมและตัวชี้วัดสุขภาพ
งานวิจัยสหรัฐฯ ศึกษาทางเลือกการลดการรับสารจากการสูบบุหรี่ พบข้อมูลด้านพฤติกรรมและตัวชี้วัดสุขภาพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่และการเปลี่ยนแปลงของการรับสารบางชนิดในร่างกาย ภายใต้รูปแบบการบริโภคนิโคตินที่แตกต่างกัน โดยผลการศึกษาในระยะสั้นพบความแตกต่างทั้งด้านพฤติกรรมการสูบและตัวชี้วัดการรับสารจากการเผาไหม้ ขณะที่ผู้วิจัยระบุว่ายังจำเป็นต้องติดตามและประเมินผลในระยะยาวเพิ่มเติม เนื่องจากการสูบบุหรี่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข
จากการเปิดเผยของ PennState Health ถึงรายงานวิจัยซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ระดับโลก JAMA Network Open นำโดยคณะนักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์เพนสเตต (Penn State College of Medicine) สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก (Randomized Placebo-Controlled Trial) ครั้งแรกในสหรัฐฯ ที่มุ่งวัดผลกระทบจากการเปลี่ยนจากบุหรี่มวนมาเป็นบุหรี่ไฟฟ้า โดยเปิดเผยตัวเลขความสำเร็จว่าสามารถช่วยให้ผู้สูบเลิกบุหรี่มวนได้มากกว่า 3 เท่า
การศึกษาครั้งนี้ทำทดลองในกลุ่มผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่เป็นประจำทุกวัน (มากกว่า 4 มวนต่อวัน) จำนวน 104 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 52 คนเท่ากัน กลุ่มแรกได้รับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีระดับนิโคติน 5% ส่วนกลุ่มที่สองได้รับตัวเครื่องแบบเดียวกันแต่ไม่มีสารนิโคติน (กลุ่มยาหลอก) โดยใช้เวลาติดตามผลระยะสั้น 6 สัปดาห์ และตรวจเช็กซ้ำในสัปดาห์ที่ 10
ผลลัพธ์หลังสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 6 เผยให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกล่าวคือ กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน 5% สามารถเลิกสูบบุหรี่มวนได้อย่างสิ้นเชิงถึง 36.5% ในขณะที่กลุ่มใช้ยาหลอกที่ไม่มีนิโคติน เลิกได้เพียง 11.5% เท่านั้น คิดเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงกว่าถึง 3 เท่า และตัวเลขนี้ยังคงคงที่เมื่อติดตามผลต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ 10
ที่น่าสนใจคือผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าชนิดมีนิโคติน มีอาการอยากบุหรี่และอาการลงแดงบุหรี่หรืออาการถอนนิโคตินน้อยกว่า ทำให้สามารถอยู่ห่างจากบุหรี่มวนง่ายขึ้น
ระดับสารพิษและสารก่อมะเร็งปอดลดลงฮวบ
นอกจากนี้ คณะวิจัยได้ทำการวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) ในปัสสาวะและลมหายใจเพื่อตรวจหาการสะสมของสารพิษ โดยเฉพาะการวัดค่าสาร NNAL ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปอดที่รุนแรงและเกิดจากการเผาไหม้ใบยาสูบ ผลการตรวจพบว่า ผู้เข้าร่วมทดลองทั้งสองกลุ่มมีปริมาณสารพิษในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้านิโคติน 5% มีระดับการรับสารพิษที่ลดลงมากกว่า เนื่องจากมีจำนวนคนที่หันกลับไปสูบบุหรี่มวนน้อยกว่านั่นเอง
เจสสิก้า อิงส์ต (Jessica Yingst) รองศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สาธารณสุขและผู้เขียนหลักของรายงานวิจัย กล่าวว่า "แม้ว่านิโคตินจะเป็นสารที่ทำให้เสพติด แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อันตรายที่แท้จริงมาจากผลพลอยได้ของการเผาไหม้ในยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้าชนิดมีนิโคตินสามารถส่งผ่านนิโคตินได้ใกล้เคียงกับบุหรี่มวน จึงช่วยตอบสนองความต้องการของร่างกายและทำให้การเลิกบุหรี่มวนเพื่อเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนง่ายขึ้น ในขณะที่ปริมาณการรับสารเคมีเป็นพิษโดยรวมลดลงอย่างมาก”
ความหวังใหม่ด้านสาธารณสุข
แม้ว่าอัตราการสูบบุหรี่ในสหรัฐฯ จะลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์เหลือเพียงประมาณ 10% แต่การสูบบุหรี่ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ งานวิจัยชิ้นนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผู้ที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ด้วยวิธีอื่นได้ให้สามารถลดการรับสารพิษจากควันบุหรี่ได้
มหาวิทยาลัยเพนสเตต เป็นหนึ่งในศูนย์วิทยาศาสตร์การกำกับดูแลยาสูบ (TCORS) ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยร่วมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH)
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับคั่ง ปักหมุดวันประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ปลายเดือน ตุลาคมนี้!
อลังการสมศักดิ์ศรี! สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แถลงข่าวใหญ่ “มณีเมขลา ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงกว่า 400 ชีวิต ร่วมงานคับ...
-
ไทย-เกาหลี- ญี่ปุ่น-อเมริกา ร่วมลงนาม MOU ด้านการค้า เทคโนโลยี และวัฒนธรรม บนเวที IDCO GLOBAL MEETING 2026 การจัดงาน “IDCO GLOB...
-
ดาราวาไรตี้ทีวีบันเทิง สมาคมนักข่าวบันเทิงร่วมกับ “สายไหมอเวนิว”โดยมีผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตสายไหม เป็นประธานในการเปิดงาน เปิดรับบริจาคช่ว...
-
งานการกุศลต้านบุหรี่ไฟฟ้า จัดโดยสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทยนำ...โดยรอ...