วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วช. เปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” ลดการเผา ดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าจากเศษวัสดุ

วช. เปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” ลดการเผา ดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าจากเศษวัสดุ



วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีเปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ณ ศูนย์เกษตรวิถีเมือง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่กระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม วช. จึงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนควบคู่กันไป “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” แห่งนี้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวมวลสำหรับประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมุ่งให้เกิดการเรียนรู้จากนวัตกรรมต้นแบบ ทั้งการสาธิตกระบวนการผลิต การทดลองปฏิบัติจริง การต่อยอดแนวคิดเชิงนวัตกรรม และเป็นต้นแบบของการบูรณาการองค์ความรู้จากภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างกลไกการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่สังคมในวงกว้าง โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อองค์ความรู้ทางวิชาการได้รับการถ่ายทอดอย่างถูกต้อง เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ จะสามารถเปลี่ยน “ปัญหา” ให้เป็น “โอกาส” และเปลี่ยน “วัสดุเหลือทิ้ง” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรที่มีคุณค่า” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน



ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ วช. ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย วช. มุ่งหวังให้ “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” เป็นต้นแบบของการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถขยายผลได้ในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล 

วช. แถลงข่าวการส่งมอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln ลดปัญหา PM2.5 เสริมพลังงานชุมชน

วช. แถลงข่าวการส่งมอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln ลดปัญหา PM2.5 เสริมพลังงานชุมชน




วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวการส่งมอบของขวัญปีใหม่ อว. 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ พลังงานชุมชน BioCycle Kiln โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงานการพัฒนานวัตกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม วช.











ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า นวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 มุ่งนำนวัตกรรมวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 และส่งเสริมพลังงานชุมชน โดยได้ดำเนินการส่งมอบให้ 16 ชุมชนในภาคเหนือตอนบนและภาคกลาง นวัตกรรมดังกล่าวช่วยแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นไบโอชาร์ เพื่อปรับปรุงดิน ลดต้นทุน และลดการเผาในที่โล่ง พร้อมทั้งจัดตั้งพื้นที่เรียนรู้เพื่อขยายผลเทคโนโลยีและบูรณาการความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน


รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า นวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” เป็นการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและชีวมวล เพื่อนำมาผลิตไบโอชาร์สำหรับฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดิน ช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร พร้อมกันนี้ ยังช่วยลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุของจุดความร้อนและมลพิษทางอากาศ อันส่งผลต่อการลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน


ทั้งนี้ การส่งมอบนวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กลับมาอีกครั้ง กับงานสุดอลัง ที่ทุกคนรอคอย “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569”ระหว่างวันที่ 20 – 29 มีนาคม 2569 นี้ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดราชบุรี

กลับมาอีกครั้ง กับงานสุดอลัง ที่ทุกคนรอคอย “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569”
ระหว่างวันที่ 20 – 29 มีนาคม 2569 นี้
ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดราชบุรี

ชมการแสดง แสง สี เสียง ประวัติความเป็นมา และอัตลักษณ์ของชาวราชบุรี , ประกวดธิดาเมืองโอ่ง , ประกวดวงดนตรีเด็กนักเรียน , การประกวดร้องเพลง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น, การแสดงTo Be Number One, การเดินแบบชุดไทยราชนิยม

ซื้อสลากกาชาด ลุ้นรางวัลใหญ่ ทองคำมูลค่ากว่า 2,700,000 บาท

พิเศษสุด พบกับของดี ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารสุดอร่อย และกิจกรรมมากมายตลอด 10 วันเต็ม

ไฮไลต์การแสดงบนเวที
20 มีนาคม พบกับ ต้นข้าว สุปรียา
21 มีนาคม ชมลิเกสุดอลังการจาก โตโต้ ธนเดช ราชบุรี
22 มีนาคม สนุกกับ ติ๊ก ชิโร่
และ 29 มีนาคม ปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่กับ เก่ง ธชย
พร้อมการแสดง หนังใหญ่วัดขนอน อันทรงคุณค่า

ห้ามพลาด แล้วพบกัน ในงานใหญ่ประจำปีของจังหวัดราชบุรี
“เที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง”

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สพป. กทม. ขับเคลื่อนกระบวนการคิด GPAS 5 Steps สร้าง “นวัตกร” ตั้งแต่วัยเรียน

สพป. กทม. ขับเคลื่อนกระบวนการคิด GPAS 5 Steps สร้าง “นวัตกร” ตั้งแต่วัยเรียน 



          เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ โรงเรียนราชวินิต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร(สพป.กทม.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหาร ครู และผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรมเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning ตามแนวทางจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนตามมาตรฐานสากลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและครู รวมประมาณ 300 คน จากทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. และเครือข่ายสมาคมฯเข้าร่วม
 

          ดร.พิเชฐ โพธิภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวภายหลังการเป็นประธานอบรมเชิงปฏิบัติการฯว่า กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียน รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาและครูตระหนักดีว่าการจะให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุขได้ นั้น เราจะต้องให้ความสำคัญในหลายมิติโดยเฉพาะการเรียนรู้ เราจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข ซึ่งการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขและได้ลงมือปฏิบัติ และยังได้นำเสนอผลงานด้วยตนเอง ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถเป็นผู้นำได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของยูเนสโกที่ระบุว่าเด็กต้องได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ต้องลงมือปฏิบัติได้ ต้องอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คือสามารถทำงานเป็นกลุ่มได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รวมถึงเด็กต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ในการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ สพฐ.ส่งเสริมให้นำ Active Learning มาสู่การจัดการเรียนการสอน 
“หัวใจสำคัญของการศึกษาในวันนี้คือการเปลี่ยนจากการท่องจำ เป็น การสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการ Active Learning มาเป็นเครื่องมือให้ครูออกแบบการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ประยุกต์ใช้จนสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งการอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผู้บริหารและครูจะร่วมกันปฏิรูปหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคตได้”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว


           ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการเปลี่ยนห้องเรียนในการพัฒนากระบวนการคิดของเด็กเป็นการสร้างผลผลิต สร้างนวัตกรรม ทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีความสนุกสนาน กับการคิดและแสดงออกของตัวเอง และได้เห็นพัฒนาการของตัวเองได้ตลอดแนว ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจให้ครูได้ถ้าครูสามารถนำพาผู้เรียนเป็นนวัตกรได้จากการสร้างนวัตกรรม จากเป้หมายที่วางไว้ GPAS 5 Steps ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เพียงแต่ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจากการอธิบายมาเป็นพัฒนาการคิดของนักเรียนเป็นหลัก ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเบื้องต้นได้ 
ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า Active Learning ไม่ใช่การเรียนด้วยการคิดและการลงมือปฏิบัติเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการมารองรับ เนื่องจากหลักสูตรกำหนดว่า เด็กต้องนำสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระไปสร้างเป็นความรู้ ซึ่งหนังสือเป็นเนื้อหาหรือข้อมูล คือ Content ที่เด็กต้องนำไปสร้างเป็นความรู้ คือ Knowledge โดยตัวเชื่อมระหว่าง Content กับ Knowledge ก็คือกระบวนการ นั่นก็คือ GPAS 5 Steps แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยเรายังขาดเรื่องของกระบวนการอยู่ เพราะเราสอนแบบPassive Learning คือ บรรยายอย่างเดียว สอนเนื้อหา ทำให้คุณภาพการศึกษาไม่ขยับ เพราะฉะนั้นจึงต้องปรับความเข้าใจของครูและผู้บริหารในเรื่องการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเพื่อไปสอนเด็กให้เข้าถึงกระบวนการอย่างแท้จริง  
“การที่ พว.มาจัดอบรมให้ความรู้ ไม่ใช่มาเพื่อบรรยาย แต่จะเป็นการชวนครูทำกิจกรรม เพื่อให้ครูเห็นภาพการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน ว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เดินด้วยกระบวนการเดียวกัน สามารถสร้างกิจกรรมได้เหมือนกัน เป็นกระบวนการที่ไม่ได้ติดกับเนื้อหา ทำให้เด็กเกิดความจำระยะยาว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ที่ผ่านมาคะแนนโอเน็ตและพิซาของเด็กไทยตกต่ำมาเป็นสิบปี เพราะการวิเคราะห์ข้อสอบเขาใช้กระบวนการนี้วิเคราะห์ และเนื้อหาข้อสอบก็ไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่เนื่องจากบ้านเราไม่ได้สอนกระบวนการ ทำให้เด็กไม่มีกระบวนการ ดังนั้นยิ่งติวหนังสือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกมากเท่านั้น”ดร.ศักดิ์สินกล่าว


            ด้าน ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของสมาคมฯยุคนี้ จะทำงานเชิงวิชาการ ซึ่งการอบรมลักษณะนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 3 เพื่อให้ผู้บริหารและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรเป็นผู้นำทางวิชาการ สามารถที่จะพาครูวิเคราะห์หลักสูตรได้ และสามารถกำหนดการสอนได้ เป็นการนำหลักสูตรแกนกลางลงสู่ห้องเรียน ซึ่งจะต้องผ่านการบริหารจัดการหลักสูตรและท้ายสุดก็จะมีการนิเทศกำกับติดตามคุณครูทุกคนให้เขียนแผนการเรียนรู้ที่ครบองค์ประกอบได้ และไฮไลท์สำคัญในการอบรมครั้งนี้คือ ครูและผู้บริหารจะต้องดำเนินการร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ซึ่งจะมีหลายกิจกรรมให้เลือกใช้ตามความถนัด และครูก็สามารถนำเอาไปปรับใช้ในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
“ตอนนี้เรามุ่งเน้นงานวิชาการ เพราะงานวิชาการจะไปจบที่การสร้างนวัตกรรมของผู้บริหารและครู เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ก็จะไม่ได้เนื้อหาสาระอย่างเดียว แต่จะได้กระบวนการคิดเพื่อนำไปออกแบบสุดท้ายก็จะเป็นนวัตกรรมของผู้เรียน ที่สำคัญผู้บริหารและครูสามารถต่อยอดนวัตกรรมนำไปขอเลื่อนและมีวิทยฐานะได้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวหน้าทางวิชาชีพ แต่ที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลัก”ดร.ปรพล กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม สพป.กทม.ได้นำร่องกระบวนการคิดแบบ Active Learningมาสองสามปีแล้ว ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการทบทวนกระบวนการคิดอีกครั้ง โดยกลุ่มเป้าหมายในวันนี้คือโรงเรียนทั้ง 37 โรงเรียนและเครือข่ายสมาคมฯ ประมาณ 300 คน อย่างไรก็ตาม การที่สมาคมฯได้เชิญวิทยากรเชี่ยวชาญด้านกระบวนการคิดจากสถาบัน พว.มาอบรม Active Learning ให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากทางสมาคมฯได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี ซึ่งโรงเรียนได้ทำความร่วมมือกับ สพฐ.และ พว.ซึ่งตนก็เห็นว่าผู้บริหาร ครู และเด็ก Active จริง ๆ และคิดว่าจะมาทำให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนของพวกเราได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯก็เปิดกว้างให้ทุกหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ให้กับการการศึกษา



วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”
ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านนั่งสบาย ๆ ที่ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือพ่อแม่ และยังได้ร้องเพลง ฟังดนตรีสด จิบกาแฟ กินข้าวอร่อย ๆ ในที่เดียว
ต้องลองแวะ มุมสบาย โฉมใหม่ หลังรีลอนช์และรีโนเวตแบบจริงจัง ✨
ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน ถนนโพธิ์แก้ว จุดเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว 101 ซึ่งกำลังกลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์คลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ
ได้เปรียบตรงที่เดินทางง่าย ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย และรวมคนได้หลายเจเนอเรชันจริง ๆ

🌿 บรรยากาศ: สบายสมชื่อ
“มุมสบาย” ยังคงคอนเซ็ปต์ร้านที่เข้าแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
มีโซนร้านกาแฟนั่งชิล โซนคาราโอเกะ และโซนดนตรีสด
จัดพื้นที่ให้คนแต่ละวัยมีมุมของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้สึกแยกขาด
🎶 เพลงที่ใช่ สำหรับทุกวัย
ไฮไลต์ของร้านคือ “ดนตรี” ที่ครอบคลุมแบบไม่ต้องฝืนใคร
สายคลาสสิก ลูกกรุง สุนทราภรณ์ เพลงยุค 60–70 มีคีย์บอร์ดและดนตรีสดรองรับ
รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ก็ร้องคาราโอเกะได้ยาว ๆ
เพลงสากล Oldies อย่าง Elvis, Cliff, Beatles ก็มีให้หายคิดถึง
เรียกได้ว่า มาเป็นแก๊งไหน อายุเท่าไหร่ ก็หาเพลงที่ร้องแล้วอินได้แน่นอน 🎤

☕🍽 กาแฟดี อาหารถึง
ไม่ได้เด่นแค่เสียงเพลง
ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี และอาหารที่ตั้งใจทำให้ “กินง่าย ถูกปาก”
เหมาะทั้งนั่งยาว ๆ หลังเลิกงาน หรือแวะมาพักใจในวันสบาย ๆ
👥 จุดนัดพบของ “คนรู้ใจ”

คุณ กิตติพันธ์ ขันติศิลป์ชัย ผู้บริหารร้าน เล่าว่า
ตั้งใจให้ “มุมสบาย” เป็นพื้นที่กลางของคนต่างวัย
ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร
ในอนาคตยังมีแผนจัดกิจกรรม
ทั้งประกวดร้องเพลง งานเทศกาล และอีเวนต์พิเศษ
ที่อาจจะแยกวัย หรือรวมวัยก็ได้ แล้วแต่จังหวะของช่วงเวลา

⭐ สรุปสั้น ๆ
ถ้าคุณอยากได้ร้านที่
✔ นั่งสบาย
✔ เพลงดี
✔ ร้องคาราโอเกะได้
✔ มีดนตรีสด
✔ กาแฟและอาหารครบ
✔ ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือครอบครัว
“มุมสบาย” คืออีกหนึ่งร้านที่ควรปักหมุดไว้
ในย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101 ที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ 🌙✨

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”
ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านนั่งสบาย ๆ ที่ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือพ่อแม่ และยังได้ร้องเพลง ฟังดนตรีสด จิบกาแฟ กินข้าวอร่อย ๆ ในที่เดียว
ต้องลองแวะ มุมสบาย โฉมใหม่ หลังรีลอนช์และรีโนเวตแบบจริงจัง ✨
ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน ถนนโพธิ์แก้ว จุดเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว 101 ซึ่งกำลังกลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์คลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ
ได้เปรียบตรงที่เดินทางง่าย ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย และรวมคนได้หลายเจเนอเรชันจริง ๆ

🌿 บรรยากาศ: สบายสมชื่อ
“มุมสบาย” ยังคงคอนเซ็ปต์ร้านที่เข้าแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
มีโซนร้านกาแฟนั่งชิล โซนคาราโอเกะ และโซนดนตรีสด
จัดพื้นที่ให้คนแต่ละวัยมีมุมของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้สึกแยกขาด
🎶 เพลงที่ใช่ สำหรับทุกวัย
ไฮไลต์ของร้านคือ “ดนตรี” ที่ครอบคลุมแบบไม่ต้องฝืนใคร
สายคลาสสิก ลูกกรุง สุนทราภรณ์ เพลงยุค 60–70 มีคีย์บอร์ดและดนตรีสดรองรับ
รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ก็ร้องคาราโอเกะได้ยาว ๆ
เพลงสากล Oldies อย่าง Elvis, Cliff, Beatles ก็มีให้หายคิดถึง
เรียกได้ว่า มาเป็นแก๊งไหน อายุเท่าไหร่ ก็หาเพลงที่ร้องแล้วอินได้แน่นอน 🎤

☕🍽 กาแฟดี อาหารถึง
ไม่ได้เด่นแค่เสียงเพลง
ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี และอาหารที่ตั้งใจทำให้ “กินง่าย ถูกปาก”
เหมาะทั้งนั่งยาว ๆ หลังเลิกงาน หรือแวะมาพักใจในวันสบาย ๆ
👥 จุดนัดพบของ “คนรู้ใจ”

คุณ กิตติพันธ์ ขันติศิลป์ชัย ผู้บริหารร้าน เล่าว่า
ตั้งใจให้ “มุมสบาย” เป็นพื้นที่กลางของคนต่างวัย
ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร
ในอนาคตยังมีแผนจัดกิจกรรม
ทั้งประกวดร้องเพลง งานเทศกาล และอีเวนต์พิเศษ
ที่อาจจะแยกวัย หรือรวมวัยก็ได้ แล้วแต่จังหวะของช่วงเวลา

⭐ สรุปสั้น ๆ
ถ้าคุณอยากได้ร้านที่
✔ นั่งสบาย
✔ เพลงดี
✔ ร้องคาราโอเกะได้
✔ มีดนตรีสด
✔ กาแฟและอาหารครบ
✔ ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือครอบครัว
“มุมสบาย” คืออีกหนึ่งร้านที่ควรปักหมุดไว้
ในย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101 ที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ 🌙✨

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“มาวิน-เชฟบุช” พาไปตกถังการกินที่ “บ้านแหลม” ในรายการ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ

“มาวิน-เชฟบุช” พาไปตกถังการกินที่ “บ้านแหลม” ในรายการ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ

“เที่ยวฟินเที่ยวกินฉ่ำ” โดย 2 พิธีกรหนุ่ม “มาวิน ทวีผล” กับ “บุช เลอชาญ” จะพาทุกคนไปกินไปเที่ยว ให้สำราญใจ ที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี พบกันเวลา 16.45 น. วันอาทิตย์นี้ ทางไทยรัฐทีวี

เปิดรับบรรยากาศยามเช้ากันที่ “ตลาดเช้าอาหารทะเลวัดต้นสน“ ที่นี่มีของสด ของดีราคาถูก กำเงินมา 40 50 ก็สามารถซื้ออาหารทะเลได้ บอกเลยว่าของดีเต็มไม้เต็มมือกลับบ้านแน่นอน
 
ต่อด้วย “ร้านเจ็กสุนบ้านแหลม” 70 ปี ตำนานที่ยังมีลมหายใจ กับเมนูซีเคร็ทอย่างเมนู หมูโปะ ที่มีรสชาตินัวๆ กินกับอะไรก็อร่อย ถือว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อประจำร้าน บอกเลยว่าอร่อยจนน้ำตาคลอ
 
ตามด้วยร้านบุฟเฟ่ต์ปลากระพง กับ “ร้านนาวาคาเฟ่” ราคาคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้จัดเต็ม เมนูเด็ดอย่าง ปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว ที่ได้ปลามาเป็นตัว เนื้อหนึบสู้ฟันกับน้ำราดรสหวานสู้ลิ้น รักน้ำ รักปลา ต้องรักนาวาคาเฟ่
 
ไปกันต่อกับอาหารตำหรับชาววัง กับร้าน “ครัวหมอฉัตร” อาหารเป็นยา ทุกเมนูมีสรรพคุณทางยา แต่บอกเลยว่าอาหารเด็ด รสชาติเลิศแน่นอน เพราะทุกจานถูกคิดมาเป็นอย่างดี จากนั้นก็ไปต่อกันที่ร้านอาหารซีฟู๊ด ที่เจ้าของร้านลงมือทำเองกับ “ร้านบ้านย่านาปู่” มาร้านนี้ไม่ห่อกลับ ถือว่ามาไม่ถึง เพราะร้านนี้ให้กินแบบจุกๆ บอกว่าเด็ด เผ็ด ร้อน สะใจแน่นอน
 
ก่อนจะปิดท้ายด้วยเมนูสุดพิเศษจาก “เชฟบุช” และผู้ช่วยมือฉมัง “มาวิน” กับเมนู ทะเลถังเลียมือ ฟังแค่ชื่อก็รู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว บอกเลยว่าห้ามพลาดเพราะเป็น สูตรลับสูตรเด็ด จากทาง “เที่ยวฟินกินฉ่ำ“ 

ติดตามชมความสนุกทั้งหมดนี้ได้ใน “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 16.45 น. ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 สามารถติดตามรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : Thairath Variety และติดตามเบื้องหลังสนุกๆ ได้ที่ Facebook & Tiktok : เที่ยวฟินกินฉ่ำ
 
#เที่ยวฟินกินฉ่ำ #กินฉ่ำๆกับมาวินเที่ยวฟินๆกับเชฟบุช  #มาวินฟินเวอร์ #เชฟบุชเบบี๋ #ไทยรัฐทีวีช่อง32

คุณ”จิรภรณ์ กาญจนเสถียร” ประธานผู้ก่อตั้งโครงการทูตวัฒนธรรมไทย - นานาชาติ ๒๕๖๘ร่วมกับสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์ (ส.ส.ส.) เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเปิดตัวทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ในงานพิธีการมอบใบแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

คุณ”จิรภรณ์ กาญจนเสถียร” ประธานผู้ก่อตั้งโครงการทูตวัฒนธรรมไทย - นานาชาติ ๒๕๖๘
ร่วมกับสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์ (ส.ส.ส.) เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเปิดตัวทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ในงานพิธีการมอบใบแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ


เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โครงการทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ร่วมกับสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์ (ส.ส.ส.) เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีพิธีการมอบใบแต่งตั้งและเปิดตัวทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติโดยมี คุณ”จิรภรณ์ กาญจนเสถียร” ประธานผู้ก่อตั้งโครงการทูตวัฒนธรรมไทย - นานาชาติ ๒๕๖๘ และ “ดร.สมมารถ พึ่งจันดุม”รองประธานสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์ (ส.ส.ส.) เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ซึ่งเป็นทูตฯลฯตัวแทนจากจังหวัดต่างๆในประเทศไทย และเป็นทูตฯลฯตัวแทนจากต่างประเทศหลายประเทศ รวมถึงยุวทูต ที่ได้เดินทางร่วมงานในพิธีการมอบใบแต่งตั้ง มงกุฎ,สายสะพายในครั้งนี้ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 78 คน


สำหรับงานพิธีการมอบใบแต่งตั้งทูตฯลฯ ครั้งนี้ทางคณะผู้จัดงานได้รับความเมตตาจาก ท่านพลตรีหม่อมราชวงค์วัยวัฒน์ จักรพันธ์ โอรสในพระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าดรุณวัยวัยวัฒน์ ปนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจาตุรมต์รัศมีกรมพระจักรพรรดิพงษ์ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ เป็นผู้มอบใบแต่งตั้งทูตวัฒนธรรมไทย-นานาชาติ ร่วมกับสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์(ส.ส.ส.)เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ณ.วังสวนสุนันทา


โครงการทูตวัฒนธรรมไทย – นานาชาติ
โดย คุณ"จิรภรณ์ กาญจนเสถียร" ประธานผู้ก่อตั้งโครงการทูตวัฒนธรรมไทย - นานาชาติ ๒๕๖๘
ร่วมกับ ดร.สมมารถ พึ่งจันดุม รองประธานสมาพันธ์สื่อสร้างสรรค์ (ส.ส.ส.)เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าว พร้อมกันนี้ได้กล่าวว่า เกียรติภาคภูมิในบทบาทตัวแทนคนไทย “ทูตวัฒนธรรมไทย” และ “ยุวทูตวัฒนธรรมไทย“
หน้าที่ของทูตวัฒนธรรมไทย – นานาชาติ คือ การดำเนินงานเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของชาติไทยผ่านกิจกรรมต่างๆสู่ระดับนานาชาติ เช่น ศิลปะ ดนตรี ภาษา และประเพณี เพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ดี ความร่วมมือระหว่างประเทศ และสนับสนุนผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของชาติ
#โครงการทูตวัฒนธรรมไทยนานาชาติ
#ทูตวัฒนธรรมไทย #ทูตวัฒนธรรม #วัฒนธรรม
#ศิลปวัฒนธรรมไทย

งานปีใหม่ KU เพชรบุรีสุดคึกคัก ร่วมยินดีก้าวใหม่ศิษย์เก่าในฐานะผู้บริหารระดับสูง

งานปีใหม่ KU เพชรบุรีสุดคึกคัก ร่วมยินดีก้าวใหม่ศิษย์เก่าในฐานะผู้บริหารระดับสูง

ชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จังหวัดเพชรบุรีสุดชื่นมื่น พี่น้องชาวเกษตรศาสตร์ (KU) รวมตัวสังสรรค์ปีใหม่อย่างสนุกสนาน เติมเต็มสายใยแห่งมิตรภาพ พร้อมร่วมยินดีกับศิษย์เก่า ผู้มีหน้าที่การงานเติบโตสู่ระดับผู้บริหารระดับสูงในองค์กรของจังหวัด  
 
ยามเย็นของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ณ D Bar โรงแรมรอยัล ไดมอน จ.เพชรบุรี เหล่าศิษย์เก่า KU ทุกรุ่นรวมตัวร่วมสังสรรค์ปีใหม่ท่ามกลางลมหนาวอ่อนๆ โดย ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์ ประธานชมรมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวต้อนรับร่วมกับคณะกรรมการชมรมฯ ก่อนจะได้รับเกียรติจาก สุวิทย์ เหรียญรุ่งเรือง ผู้ร่วมก่อตั้งชมรมฯ ขึ้นกล่าวอวยพรและกล่าวเปิดงาน 

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ พร้อมร่วมกันขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “เกษตรศาสตร์” อย่างพร้อมเพรียง KU หลากหลายรุ่นจากหลายวิทยาเขตเข้าร่วมงาน งานนี้ไม่มีรุ่น ไม่มีวัย มีแต่ความเป็น “เกษตรศาสตร์” เพียงหนึ่งเดียวที่หลอมชาวเกษตรศาสตร์เข้าด้วยกัน และไฮไลท์ของงานนี้ก็คือ ร่วมแสดงความยินดีกับ 2 ศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในจังหวัดเพชรบุรี 

คนแรกคือ รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย KU.54 ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 ทั้งนี้ รศ.ดร.พัชรศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมงานสังสรรค์และรู้สึกดีใจที่ได้พบเพื่อนๆพี่ๆชาว KU เพชรบุรี และย้ำว่า ตนจะมุ่งมั่นในการทำงาน นำวิชาความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เข้าช่วยพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น สอดคล้องกับปริบทของโลกและสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการผลักดันวิชาการทางด้านสัตวแพทย์ ที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มงานสัตว์เลี้ยง เติมเต็มจุดแข็งใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยและตอบโจทย์ชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่มีความต้องการทางด้านคลินิครักษาสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น 

ขณะที่ศิษย์เก่าคนที่ 2 คือ ไพโรจน์ ชุ่มกมล KU.39 ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบุรีตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ไพโรจน์ กล่าวว่า เขามุ่งมั่นที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจของบทบาทสหกรณ์มากขึ้นและสร้างความโปร่งใสให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบุรี

ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างสีสันอีกมากมาย ทั้งยังการประมูลพระเครื่อง เพื่อนำรายได้สมทบกิจกรรมของชมรม นอกจากนี้ ทางชมรมฯยังได้รับมอบเงินสนับสนุนจำนวน 5,000 บาทจาก จักรกฤษณ์ เวศวรุตม์ รองประธานชมรมฯ เจ้าของ โตโยต้าเพชรบุรี (2024) และ บจก.คลีนโซล่าร์

อว.รุกคืบ ‘Carbon Data’ ปั้น CME Platform รับรองคาร์บอนเครดิต EV ครั้งแรกในไทย สวทช.-บพข.-อบก. ผนึกกำลังดึง AI-DataBox ตรวจวัดเรียลไทม์ ปูทางตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตดิจิทัล

อว.รุกคืบ ‘Carbon Data’ ปั้น CME Platform รับรองคาร์บอนเครดิต EV ครั้งแรกในไทย สวทช.-บพข.-อบก. ผนึกกำลังดึง AI-DataBox ตรวจวัดเรียลไทม์ 
ปูทางตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตดิจิทัล


(วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569) ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว.: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานแถลงผลงานโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Coordinating and Managing Entity (CME) สำหรับการบริหารจัดการคาร์บอนจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าร่วมกับการจัดทำกรณีศึกษาในพื้นที่นำร่อง (ระยะที่ 1) นวัตกรรมบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ชูจุดเด่นการวัดผลผ่านระบบดิจิทัลที่แม่นยำและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล พร้อมประกาศความร่วมมือข้ามภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนไทยสู่ Net Zero
 ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) สวทช. เปิดเผยว่า CME Platform คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว เพราะที่ผ่านมาการคำนวณคาร์บอนเครดิตจากการใช้ EV มักมีความซับซ้อนและตรวจสอบยาก ดังนั้น สวทช. ร่วมกับพันธมิตร จึงร่วมกันสร้าง 'กลไกความเชื่อมั่น' ผ่านเทคโนโลยี ที่ไม่ได้เพียงเก็บข้อมูลอย่างเดียว แต่เราสร้างมูลค่าจากข้อมูลด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ DataBox ที่ติดในรถเพื่อส่งข้อมูลจริง, Cloud Database ที่คำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกอัตโนมัติ และ Dashboard ที่แสดงผลเรียลไทม์ ทำให้การทำ MRV (Measure, Report, Verify) เป็นเรื่องง่าย โปร่งใส และพร้อมนำไปสู่การยื่นขอคาร์บอนเครดิตได้ชัดเจนและทำได้ในทันที


“ความสำเร็จในระยะที่ 1 นี้ เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และอีกหลายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยภายใต้กระทรวง อว. และพันธมิตรเอกชนอย่าง ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์, อีซียู เทค, เน็กซ์ พอยท์, รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) และ ช. ทวี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขยายผลจากพื้นที่นำร่องไปสู่ระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย 'อว. for EV' ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และสร้างสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยอย่างแท้จริง” ดร.สุมิตรา กล่าวย้ำ
 รศ. ดร.สุณีย์ กัลยะจิตร รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่ม ความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รพว.) (หรือ บพข. เดิม) กล่าวว่า ในฐานะ บพข. ที่ให้ทุนสนับสนุนโครงการมีความยินดีและยืนยันพร้อมสนับสนุนทุนวิจัยต่อเนื่อง โดยเล็งเห็นว่าโครงการนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยการพัฒนา CME Platform ไม่ใช่เพียงแค่งานวิจัยขึ้นหิ้ง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิตได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงานด้าน ESG และสร้างแต้มต่อในเวทีการค้าระดับโลก
 คุณสาธิต เนียมสุวรรณ นักวิชาการเชี่ยวชาญ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. หรือ TGO) กล่าวว่า ในโครงการนี้จะช่วยทำให้ได้เห็นถึงแนวทางการประเมิน Carbon Footprint ซึ่งบทบาทของ อบก. คือการตรวจสอบให้มั่นใจว่าข้อมูลจาก CME Platform สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ที่สำคัญในอนาคตข้อมูลชุดนี้จะถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานกลางของประเทศในการรับรองการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคขนส่ง และจะช่วยให้กระบวนการรับรองคาร์บอนเครดิต (T-VER) รวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้าง 'Digital Carbon Market' ที่มีความโปร่งใสสูงสุด

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ...