วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว 


กรุงเทพมหานคร – 1 มีนาคม 2026 Laifen แบรนด์ไดร์เป่าผมเทคโนโลยีขั้นสูงชั้นนำระดับโลก เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ “Beyond The Limits” ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานได้รับเกียรติจาก “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย มาร่วมพบปะแฟนๆ และสื่อมวลชน พร้อมถ่ายทอดแนวคิดการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความงามในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังถือเป็นการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่กำลังขยายตัวของ Laifen สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ไม่เพียงแต่ไดร์เป่าผมความเร็วสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าและแปรงสีฟันไฟฟ้า ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้งานและความประณีตด้านดีไซน์ที่ทันสมัย
นวัตกรรมระดับโลกสู่ทุกครัวเรือนไทย
นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2019 Laifen มีผู้ใช้งานมากกว่า 20 ล้านคนในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
คุณคิม ตัวแทน Laifen ประเทศไทย กล่าวว่า “เราต้องการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคุณภาพสูงได้ โดยเป้าหมายของเราคือการนำผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับมืออาชีพเข้าสู่ทุกครัวเรือนไทย ในราคาที่สมเหตุสมผล”
เก่ง หฤษฎ์ เผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองในวันที่เร่งรีบ


ผู้ชมภายในงานต่างส่งเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อนักแสดงและนักร้อง “เก่ง หฤษฎ์” ปรากฏตัวบนเวที พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ แม้จะมีตารางงานที่แน่น ก่อนจะชวนทุกคนสัมผัสประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ Laifen แบบใกล้ชิด ผ่านการสาธิตไดร์เป่าผมที่ช่วยให้ผมแห้งรวดเร็วทันใจ และเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงฟังก์ชันกันน้ำที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
“ด้วยตารางชีวิตที่เร่งรีบ ผมต้องการอุปกรณ์ที่ทั้งทำงานได้รวดเร็วและมีดีไซน์ที่โดดเด่น เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า Laifen มาพร้อมระบบ Linear Motor ให้ผลลัพธ์การโกนที่สะอาด เรียบเนียน และแม่นยำ พร้อมความสบายผิว ดีไซน์ที่ทั้งดูพรีเมียมและทันสมัย สำหรับผม นี่ไม่ใช่เพียงเครื่องมือดูแลตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ผมมั่นใจได้ในทุกวัน” เก่งกล่าว



กิจกรรมช่วงพบปะแฟนคลับนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเก่งได้ร่วมถ่ายภาพกับแฟนคลับผู้โชคดีอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผลิตภัณฑ์ Laifen ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น ด้วยดีไซน์เรียบหรูและทันสมัย ที่กลมกลืนและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับบุคลิกที่เปี่ยมเสน่ห์ของเก่ง
สัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีแห่งอนาคต ถึง 4 มีนาคมนี้!
ป๊อปอัพสโตร์ “Beyond The Limits” ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้ทดลองประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Laifen ผ่านโซนแสดงผลแบบโต้ตอบ (Interactive Displays) เพื่อสัมผัสพลังของเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด
ตั้งแต่ไดร์เป่าผมไปจนถึงเครื่องโกนหนวด Laifen สะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถผสานพลังการใช้งานเข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นได้อย่างลงตัว ขณะที่กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานก็ยิ่งตอกย้ำถึงความนิยมของแบรนด์ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
ป๊อปอัพสโตร์ Laifen ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 4 มีนาคมนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด และสัมผัสประสบการณ์การผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์ให้สะดวกสบายและมีสไตล์ยิ่งขึ้น
ติดตามข่าวสารและอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่!
Instagram: laifen_thailand
Facebook: Laifen Thailand
TikTok: @laifen.thailand (Laifen Thailand)



เกี่ยวกับ Laifen                                             
Laifen ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย วิศวกรรม และการผลิตภายในองค์กร โดยแบรนด์ได้เริ่มต้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีมอเตอร์ความเร็วสูงแบบไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) อันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท และได้ขยายสู่หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม การดูแลผิวหน้า และสุขภาพช่องปาก
ด้วยจุดเด่นด้านประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ ควบคู่กับการออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียดและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน Laifen มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการดูแลส่วนบุคคลที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ทั่วโลก

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

วช. เปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” ลดการเผา ดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าจากเศษวัสดุ

วช. เปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” ลดการเผา ดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าจากเศษวัสดุ



วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีเปิด “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ณ ศูนย์เกษตรวิถีเมือง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่กระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม วช. จึงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนควบคู่กันไป “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” แห่งนี้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวมวลสำหรับประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมุ่งให้เกิดการเรียนรู้จากนวัตกรรมต้นแบบ ทั้งการสาธิตกระบวนการผลิต การทดลองปฏิบัติจริง การต่อยอดแนวคิดเชิงนวัตกรรม และเป็นต้นแบบของการบูรณาการองค์ความรู้จากภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างกลไกการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่สังคมในวงกว้าง โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อองค์ความรู้ทางวิชาการได้รับการถ่ายทอดอย่างถูกต้อง เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ จะสามารถเปลี่ยน “ปัญหา” ให้เป็น “โอกาส” และเปลี่ยน “วัสดุเหลือทิ้ง” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรที่มีคุณค่า” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน



ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ วช. ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย วช. มุ่งหวังให้ “พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้พลังงานชุมชน นวัตกรรมเตาไบโอชาร์” เป็นต้นแบบของการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถขยายผลได้ในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล 

วช. แถลงข่าวการส่งมอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln ลดปัญหา PM2.5 เสริมพลังงานชุมชน

วช. แถลงข่าวการส่งมอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ BioCycle Kiln ลดปัญหา PM2.5 เสริมพลังงานชุมชน




วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวการส่งมอบของขวัญปีใหม่ อว. 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นวัตกรรมเตาไบโอชาร์ พลังงานชุมชน BioCycle Kiln โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงานการพัฒนานวัตกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม วช.











ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า นวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 มุ่งนำนวัตกรรมวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 และส่งเสริมพลังงานชุมชน โดยได้ดำเนินการส่งมอบให้ 16 ชุมชนในภาคเหนือตอนบนและภาคกลาง นวัตกรรมดังกล่าวช่วยแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นไบโอชาร์ เพื่อปรับปรุงดิน ลดต้นทุน และลดการเผาในที่โล่ง พร้อมทั้งจัดตั้งพื้นที่เรียนรู้เพื่อขยายผลเทคโนโลยีและบูรณาการความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน


รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า นวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” เป็นการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและชีวมวล เพื่อนำมาผลิตไบโอชาร์สำหรับฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดิน ช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร พร้อมกันนี้ ยังช่วยลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุของจุดความร้อนและมลพิษทางอากาศ อันส่งผลต่อการลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน


ทั้งนี้ การส่งมอบนวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ในครั้งนี้ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กลับมาอีกครั้ง กับงานสุดอลัง ที่ทุกคนรอคอย “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569”ระหว่างวันที่ 20 – 29 มีนาคม 2569 นี้ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดราชบุรี

กลับมาอีกครั้ง กับงานสุดอลัง ที่ทุกคนรอคอย “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569”
ระหว่างวันที่ 20 – 29 มีนาคม 2569 นี้
ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดราชบุรี

ชมการแสดง แสง สี เสียง ประวัติความเป็นมา และอัตลักษณ์ของชาวราชบุรี , ประกวดธิดาเมืองโอ่ง , ประกวดวงดนตรีเด็กนักเรียน , การประกวดร้องเพลง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น, การแสดงTo Be Number One, การเดินแบบชุดไทยราชนิยม

ซื้อสลากกาชาด ลุ้นรางวัลใหญ่ ทองคำมูลค่ากว่า 2,700,000 บาท

พิเศษสุด พบกับของดี ผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารสุดอร่อย และกิจกรรมมากมายตลอด 10 วันเต็ม

ไฮไลต์การแสดงบนเวที
20 มีนาคม พบกับ ต้นข้าว สุปรียา
21 มีนาคม ชมลิเกสุดอลังการจาก โตโต้ ธนเดช ราชบุรี
22 มีนาคม สนุกกับ ติ๊ก ชิโร่
และ 29 มีนาคม ปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่กับ เก่ง ธชย
พร้อมการแสดง หนังใหญ่วัดขนอน อันทรงคุณค่า

ห้ามพลาด แล้วพบกัน ในงานใหญ่ประจำปีของจังหวัดราชบุรี
“เที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง”

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สพป. กทม. ขับเคลื่อนกระบวนการคิด GPAS 5 Steps สร้าง “นวัตกร” ตั้งแต่วัยเรียน

สพป. กทม. ขับเคลื่อนกระบวนการคิด GPAS 5 Steps สร้าง “นวัตกร” ตั้งแต่วัยเรียน 



          เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ โรงเรียนราชวินิต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร(สพป.กทม.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหาร ครู และผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรมเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning ตามแนวทางจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนตามมาตรฐานสากลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและครู รวมประมาณ 300 คน จากทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. และเครือข่ายสมาคมฯเข้าร่วม
 

          ดร.พิเชฐ โพธิภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวภายหลังการเป็นประธานอบรมเชิงปฏิบัติการฯว่า กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียน รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาและครูตระหนักดีว่าการจะให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุขได้ นั้น เราจะต้องให้ความสำคัญในหลายมิติโดยเฉพาะการเรียนรู้ เราจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข ซึ่งการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขและได้ลงมือปฏิบัติ และยังได้นำเสนอผลงานด้วยตนเอง ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถเป็นผู้นำได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของยูเนสโกที่ระบุว่าเด็กต้องได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ต้องลงมือปฏิบัติได้ ต้องอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คือสามารถทำงานเป็นกลุ่มได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รวมถึงเด็กต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ในการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ สพฐ.ส่งเสริมให้นำ Active Learning มาสู่การจัดการเรียนการสอน 
“หัวใจสำคัญของการศึกษาในวันนี้คือการเปลี่ยนจากการท่องจำ เป็น การสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการ Active Learning มาเป็นเครื่องมือให้ครูออกแบบการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ประยุกต์ใช้จนสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งการอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผู้บริหารและครูจะร่วมกันปฏิรูปหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคตได้”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว


           ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการเปลี่ยนห้องเรียนในการพัฒนากระบวนการคิดของเด็กเป็นการสร้างผลผลิต สร้างนวัตกรรม ทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีความสนุกสนาน กับการคิดและแสดงออกของตัวเอง และได้เห็นพัฒนาการของตัวเองได้ตลอดแนว ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจให้ครูได้ถ้าครูสามารถนำพาผู้เรียนเป็นนวัตกรได้จากการสร้างนวัตกรรม จากเป้หมายที่วางไว้ GPAS 5 Steps ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เพียงแต่ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจากการอธิบายมาเป็นพัฒนาการคิดของนักเรียนเป็นหลัก ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเบื้องต้นได้ 
ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า Active Learning ไม่ใช่การเรียนด้วยการคิดและการลงมือปฏิบัติเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการมารองรับ เนื่องจากหลักสูตรกำหนดว่า เด็กต้องนำสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระไปสร้างเป็นความรู้ ซึ่งหนังสือเป็นเนื้อหาหรือข้อมูล คือ Content ที่เด็กต้องนำไปสร้างเป็นความรู้ คือ Knowledge โดยตัวเชื่อมระหว่าง Content กับ Knowledge ก็คือกระบวนการ นั่นก็คือ GPAS 5 Steps แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยเรายังขาดเรื่องของกระบวนการอยู่ เพราะเราสอนแบบPassive Learning คือ บรรยายอย่างเดียว สอนเนื้อหา ทำให้คุณภาพการศึกษาไม่ขยับ เพราะฉะนั้นจึงต้องปรับความเข้าใจของครูและผู้บริหารในเรื่องการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเพื่อไปสอนเด็กให้เข้าถึงกระบวนการอย่างแท้จริง  
“การที่ พว.มาจัดอบรมให้ความรู้ ไม่ใช่มาเพื่อบรรยาย แต่จะเป็นการชวนครูทำกิจกรรม เพื่อให้ครูเห็นภาพการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน ว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เดินด้วยกระบวนการเดียวกัน สามารถสร้างกิจกรรมได้เหมือนกัน เป็นกระบวนการที่ไม่ได้ติดกับเนื้อหา ทำให้เด็กเกิดความจำระยะยาว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ที่ผ่านมาคะแนนโอเน็ตและพิซาของเด็กไทยตกต่ำมาเป็นสิบปี เพราะการวิเคราะห์ข้อสอบเขาใช้กระบวนการนี้วิเคราะห์ และเนื้อหาข้อสอบก็ไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่เนื่องจากบ้านเราไม่ได้สอนกระบวนการ ทำให้เด็กไม่มีกระบวนการ ดังนั้นยิ่งติวหนังสือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกมากเท่านั้น”ดร.ศักดิ์สินกล่าว


            ด้าน ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของสมาคมฯยุคนี้ จะทำงานเชิงวิชาการ ซึ่งการอบรมลักษณะนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 3 เพื่อให้ผู้บริหารและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรเป็นผู้นำทางวิชาการ สามารถที่จะพาครูวิเคราะห์หลักสูตรได้ และสามารถกำหนดการสอนได้ เป็นการนำหลักสูตรแกนกลางลงสู่ห้องเรียน ซึ่งจะต้องผ่านการบริหารจัดการหลักสูตรและท้ายสุดก็จะมีการนิเทศกำกับติดตามคุณครูทุกคนให้เขียนแผนการเรียนรู้ที่ครบองค์ประกอบได้ และไฮไลท์สำคัญในการอบรมครั้งนี้คือ ครูและผู้บริหารจะต้องดำเนินการร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ซึ่งจะมีหลายกิจกรรมให้เลือกใช้ตามความถนัด และครูก็สามารถนำเอาไปปรับใช้ในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
“ตอนนี้เรามุ่งเน้นงานวิชาการ เพราะงานวิชาการจะไปจบที่การสร้างนวัตกรรมของผู้บริหารและครู เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ก็จะไม่ได้เนื้อหาสาระอย่างเดียว แต่จะได้กระบวนการคิดเพื่อนำไปออกแบบสุดท้ายก็จะเป็นนวัตกรรมของผู้เรียน ที่สำคัญผู้บริหารและครูสามารถต่อยอดนวัตกรรมนำไปขอเลื่อนและมีวิทยฐานะได้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวหน้าทางวิชาชีพ แต่ที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลัก”ดร.ปรพล กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม สพป.กทม.ได้นำร่องกระบวนการคิดแบบ Active Learningมาสองสามปีแล้ว ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการทบทวนกระบวนการคิดอีกครั้ง โดยกลุ่มเป้าหมายในวันนี้คือโรงเรียนทั้ง 37 โรงเรียนและเครือข่ายสมาคมฯ ประมาณ 300 คน อย่างไรก็ตาม การที่สมาคมฯได้เชิญวิทยากรเชี่ยวชาญด้านกระบวนการคิดจากสถาบัน พว.มาอบรม Active Learning ให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากทางสมาคมฯได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี ซึ่งโรงเรียนได้ทำความร่วมมือกับ สพฐ.และ พว.ซึ่งตนก็เห็นว่าผู้บริหาร ครู และเด็ก Active จริง ๆ และคิดว่าจะมาทำให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนของพวกเราได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯก็เปิดกว้างให้ทุกหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ให้กับการการศึกษา



วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”
ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านนั่งสบาย ๆ ที่ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือพ่อแม่ และยังได้ร้องเพลง ฟังดนตรีสด จิบกาแฟ กินข้าวอร่อย ๆ ในที่เดียว
ต้องลองแวะ มุมสบาย โฉมใหม่ หลังรีลอนช์และรีโนเวตแบบจริงจัง ✨
ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน ถนนโพธิ์แก้ว จุดเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว 101 ซึ่งกำลังกลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์คลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ
ได้เปรียบตรงที่เดินทางง่าย ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย และรวมคนได้หลายเจเนอเรชันจริง ๆ

🌿 บรรยากาศ: สบายสมชื่อ
“มุมสบาย” ยังคงคอนเซ็ปต์ร้านที่เข้าแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
มีโซนร้านกาแฟนั่งชิล โซนคาราโอเกะ และโซนดนตรีสด
จัดพื้นที่ให้คนแต่ละวัยมีมุมของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้สึกแยกขาด
🎶 เพลงที่ใช่ สำหรับทุกวัย
ไฮไลต์ของร้านคือ “ดนตรี” ที่ครอบคลุมแบบไม่ต้องฝืนใคร
สายคลาสสิก ลูกกรุง สุนทราภรณ์ เพลงยุค 60–70 มีคีย์บอร์ดและดนตรีสดรองรับ
รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ก็ร้องคาราโอเกะได้ยาว ๆ
เพลงสากล Oldies อย่าง Elvis, Cliff, Beatles ก็มีให้หายคิดถึง
เรียกได้ว่า มาเป็นแก๊งไหน อายุเท่าไหร่ ก็หาเพลงที่ร้องแล้วอินได้แน่นอน 🎤

☕🍽 กาแฟดี อาหารถึง
ไม่ได้เด่นแค่เสียงเพลง
ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี และอาหารที่ตั้งใจทำให้ “กินง่าย ถูกปาก”
เหมาะทั้งนั่งยาว ๆ หลังเลิกงาน หรือแวะมาพักใจในวันสบาย ๆ
👥 จุดนัดพบของ “คนรู้ใจ”

คุณ กิตติพันธ์ ขันติศิลป์ชัย ผู้บริหารร้าน เล่าว่า
ตั้งใจให้ “มุมสบาย” เป็นพื้นที่กลางของคนต่างวัย
ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร
ในอนาคตยังมีแผนจัดกิจกรรม
ทั้งประกวดร้องเพลง งานเทศกาล และอีเวนต์พิเศษ
ที่อาจจะแยกวัย หรือรวมวัยก็ได้ แล้วแต่จังหวะของช่วงเวลา

⭐ สรุปสั้น ๆ
ถ้าคุณอยากได้ร้านที่
✔ นั่งสบาย
✔ เพลงดี
✔ ร้องคาราโอเกะได้
✔ มีดนตรีสด
✔ กาแฟและอาหารครบ
✔ ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือครอบครัว
“มุมสบาย” คืออีกหนึ่งร้านที่ควรปักหมุดไว้
ในย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101 ที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ 🌙✨

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

☕🎤 รีวิวน่าลอง | Relaunch “มุมสบาย”
ร้านกาแฟ–คาราโอเกะ–ดนตรีสด จุดนัดพบคนหลายวัย ย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านนั่งสบาย ๆ ที่ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือพ่อแม่ และยังได้ร้องเพลง ฟังดนตรีสด จิบกาแฟ กินข้าวอร่อย ๆ ในที่เดียว
ต้องลองแวะ มุมสบาย โฉมใหม่ หลังรีลอนช์และรีโนเวตแบบจริงจัง ✨
ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน ถนนโพธิ์แก้ว จุดเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว 101 ซึ่งกำลังกลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์คลื่นลูกใหม่ของกรุงเทพฯ
ได้เปรียบตรงที่เดินทางง่าย ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย และรวมคนได้หลายเจเนอเรชันจริง ๆ

🌿 บรรยากาศ: สบายสมชื่อ
“มุมสบาย” ยังคงคอนเซ็ปต์ร้านที่เข้าแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
มีโซนร้านกาแฟนั่งชิล โซนคาราโอเกะ และโซนดนตรีสด
จัดพื้นที่ให้คนแต่ละวัยมีมุมของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้สึกแยกขาด
🎶 เพลงที่ใช่ สำหรับทุกวัย
ไฮไลต์ของร้านคือ “ดนตรี” ที่ครอบคลุมแบบไม่ต้องฝืนใคร
สายคลาสสิก ลูกกรุง สุนทราภรณ์ เพลงยุค 60–70 มีคีย์บอร์ดและดนตรีสดรองรับ
รุ่นกลาง รุ่นใหม่ ก็ร้องคาราโอเกะได้ยาว ๆ
เพลงสากล Oldies อย่าง Elvis, Cliff, Beatles ก็มีให้หายคิดถึง
เรียกได้ว่า มาเป็นแก๊งไหน อายุเท่าไหร่ ก็หาเพลงที่ร้องแล้วอินได้แน่นอน 🎤

☕🍽 กาแฟดี อาหารถึง
ไม่ได้เด่นแค่เสียงเพลง
ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี และอาหารที่ตั้งใจทำให้ “กินง่าย ถูกปาก”
เหมาะทั้งนั่งยาว ๆ หลังเลิกงาน หรือแวะมาพักใจในวันสบาย ๆ
👥 จุดนัดพบของ “คนรู้ใจ”

คุณ กิตติพันธ์ ขันติศิลป์ชัย ผู้บริหารร้าน เล่าว่า
ตั้งใจให้ “มุมสบาย” เป็นพื้นที่กลางของคนต่างวัย
ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร
ในอนาคตยังมีแผนจัดกิจกรรม
ทั้งประกวดร้องเพลง งานเทศกาล และอีเวนต์พิเศษ
ที่อาจจะแยกวัย หรือรวมวัยก็ได้ แล้วแต่จังหวะของช่วงเวลา

⭐ สรุปสั้น ๆ
ถ้าคุณอยากได้ร้านที่
✔ นั่งสบาย
✔ เพลงดี
✔ ร้องคาราโอเกะได้
✔ มีดนตรีสด
✔ กาแฟและอาหารครบ
✔ ไปได้ทั้งกับเพื่อน รุ่นพี่ หรือครอบครัว
“มุมสบาย” คืออีกหนึ่งร้านที่ควรปักหมุดไว้
ในย่านโพธิ์แก้ว–ลาดพร้าว 101 ที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ 🌙✨

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Laifen เดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศไทย เปิดตัวในงาน “Beyond The Limits” พร้อม “เก่ง หฤษฎ์” แบรนด์พรีเซนเตอร์ประจำประเทศไทย ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ...